Thai Queens

Your Night, Your Rules

เว็บไซต์นี้สำหรับ อายุ 18 ปีขึ้นไปเท่านั้น

คุณอายุ 18 ปีขึ้นไปหรือไม่?

Thai Queens
TH EN
Thai Queens
Your Night, Your Rules
หน้าแรก บล็อก ชุมชน คู่มือออมเงิน Shop List
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ลงประกาศงาน
จากสาวนานา 6 ปี สู่เจ้าของร้านทำเล็บในชื่อตัวเอง
← ย้อนกลับ
✨ เรื่องจริง เจ้าของร้านทำเล็บ

จากสาวนานา 6 ปี สู่เจ้าของร้านทำเล็บในชื่อตัวเอง

เรื่องจริงของสาวอีสานที่เข้ามาทำงานกลางคืนในกรุงเทพตอนอายุ 18 ผ่านชีวิตบาร์นานา 6 ปี ก่อนจะเรียนทำเล็บและเปิดร้านเป็นของตัวเองที่บ้านเกิด

📅 2026.02.17 ⏱ 8 นาที 👁 81 ครั้ง
👩
ไม่ระบุตัวตน
พนักงานบาร์นานา → เจ้าของร้านทำเล็บ
6 ปี
ประสบการณ์
26
อายุ
อุดรธานี
ที่ตั้ง

"อย่าเอาแต่ยึดงานนี้จนเสียเวลา ลองเรียนอะไรสักอย่าง มีทักษะอะไรสักอย่างเถอะ สักวันมันจะเป็นทางออก"

ตอนอายุ 18 ออกจากอีสานมากรุงเทพ ตอนนั้นมีกระเป๋าใบเดียวกับเงิน 2,000 บาท ตอนแรกทำงานร้านสะดวกซื้อ เงินเดือน 9,000 บาท จ่ายค่าห้องกับค่าข้าวแล้วไม่เหลือส่งบ้านเลย ตอนนั้นพี่ที่อยู่ห้องเดียวกันชวนว่า "ลองไปทำบาร์แถวนานาไหม?" พูดตรงๆ ก็กลัว

ทำงานบาร์ไม่มีเงินเดือนประจำหรอก มีแต่ค่าดริ๊งค์ ทิป อะไรพวกนี้ แต่มันมากกว่าร้านสะดวกซื้อเป็นสองเท่า ตอนแรกแค่รับดริ๊งค์กับคุยกับลูกค้าก็ได้มากกว่าเดิมแล้ว ความกลัวมันเลยน้อยกว่าความโล่งใจ เพราะในที่สุดก็ส่งเงินให้แม่ได้แล้ว

พอเวลาผ่านไปก็เห็นพี่ๆ รอบข้างที่ออกไปข้างนอกกับลูกค้า เขาได้เงินมากกว่าเราหลายเท่า ตอนแรกก็บอกตัวเองว่า "เราไม่ทำขนาดนั้นหรอก" แต่พอที่บ้านโทรมาขอค่าเทอมน้อง แม่ป่วยต้องไปโรงพยาบาล ใจมันสั่น... แล้ววันนึงเมาๆ อยู่ ลูกค้าฝรั่งขาประจำที่หล่อมาก เขาเกี้ยว นั่นแหละจุดเริ่มต้นของเรา ในที่สุดเราก็ก้าวไปทางนั้น เทียบกับตอนร้านสะดวกซื้อ ได้มากกว่า 6 เท่า เงินเข้า ครอบครัวสบายขึ้น มันเลยช่วยให้รู้สึกผิดน้อยลง แต่ก็ทำให้ออกไม่ได้เหมือนกัน

อยู่นานา 6 ปี สองสามปีแรกผ่านไปเร็วมาก ได้เงินก็เยอะ แต่พอปีที่ 4 เริ่มเปลี่ยน น้องใหม่ที่เข้ามาอายุ 20-21 ส่วนเราอายุ 24 แล้ว สายตาลูกค้าเริ่มไปทางโน้น แม้แต่ขาประจำเราก็ไป พูดตรงๆ ไม่ใช่ความผิดใคร แต่ก็โกรธ ก็อิจฉา เลยทะเลาะกับน้องใหม่... พอมองตัวเอง รู้สึกน่าเกลียด ค่าดริ๊งค์ลดลง คนชวนออกก็น้อยลง รายได้ลดลงเห็นๆ พยายามสู้ ก็เลยฝืนมากขึ้น ลดราคา เพิ่มเวลา บริการดีขึ้น... แต่มันยิ่งทำให้เหนื่อย

แล้วก็ไม่ใช่ทุกอย่างจะดีไปหมด ทำงานนี้นานๆ ร่างกายรับไม่ไหว มีปัญหาทางนรีเวชบ่อย ต้องไปโรงพยาบาล กินยา วันไหนไม่สบายก็ไปทำงานไม่ได้ วันหยุดเยอะขึ้น รายได้ก็ยิ่งลด ร่างกายก็ไม่หาย วนอยู่แบบนี้ "อายุ 30 เราจะทำอะไรอยู่" ทุกคืนนอนมองเพดาน คิดแต่เรื่องนี้

จนวันหยุดวันนึงไปเที่ยวห้องพี่แอ๋วที่ทำงานด้วยกัน พี่เขาทำเล็บให้ เล็บเจลสวยๆ ตอนแรกก็แค่ "ว้าว สวยจัง" แต่พี่เขาทำให้ทุกวันหยุด พอนานๆ เข้าก็สนใจขึ้นมา วันนึงพี่บอก "ลองทำไหม? มือเธอประณีตนะ" วันนั้นป่วยอยู่พอดี ไปทำงานไม่ได้ เลยลองเล่นๆ ครึ่งจริงครึ่ง ปรากฏว่าสนุกกว่าที่คิด การสร้างอะไรบนเล็บ — มันเป็นความรู้สึกที่ต่างจากงานบาร์โดยสิ้นเชิง วันที่ป่วยหยุดงาน กลับกลายเป็นวันที่เปลี่ยนชีวิตเรา เพราะได้เรียนรู้ทักษะใหม่

พี่แอ๋วบอกว่ากรุงเทพมีศูนย์ฝึกอาชีพฟรีหลายที่ กรุงเทพมหานครเปิดโรงเรียนฝึกอาชีพทั่วกรุง มีคอร์สเล็บด้วย เราลงเรียนที่ใกล้บ้าน คอร์สเสาร์-อาทิตย์ ค่าเรียนฟรี ค่าอุปกรณ์แทบไม่มี เรียน 3 เดือน เช้าเรียน บ่ายไปทำงานบาร์ ร่างกายจะตายอยู่แล้ว แต่ความรู้สึกว่า "เราเรียนรู้อะไรอยู่" มันให้พลังไปต่อ

เรียนจบแล้วก็เริ่มทำเล็บให้เพื่อนๆ ที่บาร์ก่อน คิดครั้งละ 150-200 บาท ปากต่อปากแพร่ไป บาร์ข้างๆ บาร์โน้นก็มาหาตอนพัก ช่วงค่ำลูกค้ายังไม่มา เราก็นั่งทำเล็บมุมบาร์ จนเป็นเรื่องปกติ "เล็บน้ำทำสวยนะ" ตอนแรกก็แค่คำชม แต่ทีหลังกลายเป็นความมั่นใจว่า "ทำเป็นอาชีพได้"

ทำแบบนี้ประมาณปีนึง ฝึกฝีมือไปเก็บเงินไป แต่จะเปิดร้านในกรุงเทพค่าเช่าแพงมาก ร้านเล็กๆ ก็เดือนละหมื่นกว่า คิดไปคิดมาเลยตัดสินใจกลับบ้านที่อุดรธานี พูดตรงๆ ก็กลัว อยู่กรุงเทพมา 6 ปี จะกลับบ้านนอก แต่อุดรค่าเช่าไม่ถึงครึ่งของกรุงเทพ แล้วที่สำคัญ แม่อยู่ที่นั่น

วันแรกที่เปิดร้าน จำได้ถึงทุกวันนี้ เห็นชื่อตัวเองบนป้าย ยืนมองนานเลย แต่ความจริงไม่ได้หวานหรอก สามเดือนแรกลูกค้าวันละคนสองคน บางวันไม่มีเลย "เราทำอะไรลงไป" นั่งเหม่อในร้านว่างๆ แม่บอก "ไม่เป็นไร มันต้องใช้เวลา" ฟังแล้วก็ดีขึ้นนิดนึง แต่ข้างในก็ยังกังวล

ลงรูปงานในเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ขอรีวิวจากลูกค้า ไปแจกใบปลิวหน้ามหาลัยใกล้ๆ ทำได้ทุกอย่างก็ทำ พอ 6 เดือนผ่านไป ลูกค้าประจำก็เริ่มมี "ไปร้านน้ำมาไหม? ทำเล็บสวย" คำนี้เริ่มแพร่ในละแวก

ตอนนี้เปิดร้านมา 2 ปี จ้างน้องที่สอนเองคนนึง เก้าอี้สองตัว รายได้พูดตรงๆ น้อยกว่าตอนทำบาร์ในกรุงเทพ แต่มีร้านชื่อตัวเอง นอนหลับตอนกลางคืนได้ อยู่กับแม่ได้ ตอนทำบาร์ตี 3 นั่งแท็กซี่กลับบ้าน เหนื่อยทุกวัน ตอนนี้ทุ่มนึงปิดร้าน กลับบ้านกินข้าวกับแม่ 6 ปีก่อนนึกภาพไม่ออกว่าชีวิตจะเป็นแบบนี้

บางทีน้องๆ ที่เคยทำงานด้วยกันทักมา ถามว่าสบายดีไหม คิดถึงป่าว ก็บอกเสมอว่า อย่าเอาแต่ยึดงานนี้จนเสียเวลา ลองเรียนอะไรสักอย่าง กรุงเทพมีที่สอนฟรีเยอะมาก ทำเล็บก็ได้ นวดก็ได้ ทำอาหารก็ได้ มีทักษะอะไรสักอย่างเถอะ สักวันมันจะเป็นทางออก เราก็เป็นแบบนั้นมา

ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ

ยังไม่มีความคิดเห็น — เขียนเป็นคนแรก!