ทำงานอาโกโก้คาวบอยมา 4 ปี ขึ้นเวที รับดริ๊งค์ ถ้าลูกค้าถูกใจก็จ่ายบาร์ไฟน์แล้วพาออก บาร์ไฟน์จ่ายให้ร้าน ส่วนที่เหลือก็ตกลงกันเองกับลูกค้า 4 ปีนั้นเป็นช่วงที่ได้เงินมากที่สุดในชีวิต ทุกเดือนส่งเงินกลับบ้าน จ่ายค่าเทอมน้องชาย ซื้อสร้อยทองให้แม่เป็นครั้งแรก เหนื่อยแต่ก็รู้สึกคุ้ม — อย่างน้อยก็คิดแบบนั้นตอนนั้น
มีนาคม 2020 โควิดมา บาร์ปิดหมด ตอนแรกคิดว่า "สองอาทิตย์คงเปิด" แต่ผ่านไปเดือน สองเดือน เงินในบัญชีลดลงทุกวัน ค่าห้องเริ่มค้าง ทุกครั้งที่แม่โทรมาก็โกหกว่า "ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็กลับไปทำงาน" รายได้เป็นศูนย์ตั้งแต่เกิดมาเป็นครั้งแรก ตอนนั้นกลัวมาก
ใช้เงินเก็บประคองตัว แต่สองเดือนก็หมด ค่าห้อง ค่าข้าว ส่งเงินกลับบ้าน... เงินออกเท่าเดิมแต่ไม่มีเข้า
จะย้ายไปทำที่อื่นก็ไม่รู้จะไปไหน สุดท้ายก็ออกหาลูกค้าเอง ไปตามคลับ ตามที่คนรวมตัวกัน แต่โควิดทำให้ที่พวกนั้นปิดหรือคนหายหมด นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่มีเลย ลองทุกอย่างแล้วไม่มีอะไรได้ผล อยู่กรุงเทพไปก็เสียค่าห้องเปล่า สุดท้ายเก็บกระเป๋ากลับบ้าน รู้สึกเหมือนทิ้งทุกอย่างที่สร้างมา 4 ปีไว้ข้างหลัง
กลับบ้านก็อยู่เฉยไม่ได้ ไปทำพีอาร์โต๊ะเลาะแถวบ้าน แต่โควิดทำให้ทุกคนลำบาก ลูกค้าก็ไม่มี อยู่ต่างจังหวัดราคาถูกกว่ากรุงเทพ แต่ลูกค้าไม่รักษาขอบเขต คนไทยด้วยกันกลับไม่เกรงใจ ยากกว่าตอนรับแขกต่างชาติที่กรุงเทพอีก เงินก็ไม่ได้ แถมพฤติกรรมลูกค้าก็แย่ แล้วอยู่บ้านนอกด้วย ข่าวแพร่เร็ว เลยเลิก
ช่วงนั้นเองพี่ตุ๊กที่เคยทำงานบาร์ด้วยกันทักมา พี่เขาอยู่กรุงเทพ เริ่มขายเสื้อผ้าออนไลน์ "ตุ๊กขายเสื้อผ้าอยู่ เธอลองไหม? ขึ้นมากรุงเทพ ทำด้วยกัน" ไม่มีที่ไป โต๊ะเลาะก็ทำไม่ไหว เลยขึ้นกรุงเทพอีกรอบ
ตามพี่ตุ๊กไปประตูน้ำ ตลาดขายส่งเสื้อผ้าที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพ ซื้อเสื้อผ้าใหม่ได้ตัวละ 80-120 บาท พี่สอนถ่ายรูปแล้วลงขาย
ทุนเริ่มต้นเอาเงินที่เหลืออยู่รวมกับยืมพี่ตุ๊กมาหมื่นนึง ซื้อเสื้อผ้ามายี่สิบตัว ถ่ายรูปด้วยมือถือแล้วลง Shopee, Facebook Marketplace, Lazada ตั้งราคา 199, 249 บาท แต่ความจริงโหดร้าย เดือนแรกขายได้สิบกว่าชิ้น รวมค่าส่งแล้วแทบไม่เหลือกำไร เดือนที่สองก็คล้ายกัน พอเดือนที่สามก็เริ่มคิดว่า "อันนี้ก็ไม่ได้อีก" จะกลับไปทำโต๊ะเลาะดีไหม คิดจริงจังเลย
จุดเปลี่ยนมาโดยบังเอิญ วันนึงลองใส่เสื้อผ้าเองแล้วถ่าย เคยแต่งหน้าโพสท่าทุกวันตอนทำบาร์ มันติดตัว รูปเลยต่างจากคนขายอื่นชัดเจน ยอดตอบรับต่างกันเห็นๆ
"อ๋อ อันนี้เอง" ตั้งแต่นั้นเปลี่ยนเป็นคอนเซ็ปต์ "ลุคทำงานสาวออฟฟิศ" ใส่เองถ่ายเอง ไม่เอาหน้า ถ่ายแค่คอลงไป แต่สกิลแต่งตัว จัดท่า ที่ทำทุกวันตอนอยู่บาร์ — มันใช้ได้หมดเลย ตอนนั้นถึงรู้ว่าชีวิตไม่มีประสบการณ์ไหนที่ไร้ค่า
พอรูปดีขึ้น ออเดอร์ก็เพิ่ม วันละ 3 เป็น 5 แล้วก็ 10 มีคนคอมเมนต์ "ลงสไตล์นี้อีกนะคะ" เริ่มมีขาประจำ เทียบกับตอนบาร์ก็ยังน้อยมาก แต่ไม่ต้องออกไปทำโต๊ะเลาะ นั่งอยู่บ้านก็มีรายได้ แค่นั้นก็เป็นความหวังแล้ว
แน่นอนว่าไม่ง่าย "อันนี้น่าจะขายดี" สั่งมาเยอะแล้วขายไม่ออก ของค้างสต็อกเจ็บตัวมาแล้ว พัสดุหายต้องคืนเงินลูกค้า รีวิวแย่อันเดียวทำให้หมดกำลังใจทั้งอาทิตย์ ขายของออนไลน์ดูง่ายแต่ทุกวันต้องเช็คออเดอร์ แพ็ค ส่ง ตอบแชท — ร่างกายก็ไม่ได้สบาย
ตอนนี้วันละ 10-20 ออเดอร์ จ้างคนช่วยสองคน ใช้ห้องนึงเป็นโกดัง รายได้พูดตรงๆ น้อยกว่าตอนทำบาร์เยอะ เทียบไม่ได้เลย แต่อยู่บ้านกับลูกได้ ทำงานกลางวันไม่ใช่กลางคืน แล้วนี่คือธุรกิจของเราเอง ไม่มีใครมาเลือกหรือไม่เลือกเรา ไม่มีใครมาจับตัว อิสระตรงนี้มันใหญ่ที่สุด
ตอนนี้กำลังศึกษาเรื่องต่อตรงกับโรงงานจีน ซื้อจากตลาดขายส่งก็มีมาร์จิ้นคนกลาง ถ้าสั่งจากโรงงานได้โดยตรงจะแข่งราคาได้ดีขึ้นมาก ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ แต่ถ้าสำเร็จจะขยับขึ้นอีกขั้น
อยากบอกน้องๆ ที่บอกว่าไม่มีเงินเริ่ม: ไม่ต้องเริ่มใหญ่ เอาเงินไม่กี่พันบาทซื้อของมานิดหน่อย ดูว่าอะไรขายได้แล้วค่อยขยาย สิ่งสำคัญที่สุดคือรูปถ่าย ถ่ายสวยได้ก็ชนะไปครึ่งแล้ว แล้วสกิลนี้ พวกเราที่ทำงานในวงการนี้มา ทำได้ดีที่สุด
ความคิดเห็น (0)
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
เข้าสู่ระบบยังไม่มีความคิดเห็น — เขียนเป็นคนแรก!