ทำงานมาตั้งนาน แต่เงินเก็บยังเป็นศูนย์?
ถ้าเป็นแบบนี้ ไม่ต้องรู้สึกแย่กับตัวเองนะคะ เพราะหลายคนก็เป็นเหมือนกัน โดยเฉพาะสาว ๆ ที่ทำงานกลางคืน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานนวด พนักงานเสิร์ฟ PR หรืองานบริการอื่น ๆ รายได้อาจจะดีกว่างานกะปกติ แต่ค่าใช้จ่ายก็ตามมาแบบไม่ทันตั้งตัว — ค่าห้อง ค่าแต่งตัว ค่ากิน ส่งเงินให้ที่บ้าน... พอสิ้นเดือนเปิดแอปธนาคารดูก็ได้แต่ถอนหายใจ
บทความนี้ไม่ได้มาสอนแบบทฤษฎี ไม่ใช่แบบ "เก็บเงินวันละ 20 บาท" ที่อ่านแล้วก็รู้ แต่ไม่เคยทำได้จริง เราจะพูดกันแบบตรง ๆ ว่าคนที่รายได้ไม่แน่นอน มีภาระส่งเงินให้ครอบครัว แล้วใช้ชีวิตในเมืองที่ค่าครองชีพสูง จะเก็บเงินยังไงให้ได้จริง ๆ สักที
ทำไมเงินถึงไม่เคยอยู่?
ก่อนจะไปดูวิธีเก็บเงิน ลองมาทำความเข้าใจก่อนว่าทำไมเราถึงเก็บเงินไม่อยู่ ซึ่งสาว ๆ ที่ทำงานกลางคืนมักจะเจอปัญหาเหล่านี้เหมือน ๆ กัน
รายได้ไม่แน่นอน — ต่างจากงานประจำที่ได้เงินเดือนตรง ๆ ทุกเดือน รายได้จากทิป ค่าคอม หรือโบนัสจะขึ้นลงตามวัน บางวันได้เยอะก็รู้สึกว่ามีเงินเยอะ ใช้เยอะตาม พอถึงวันที่ได้น้อยก็ไม่มีเงินสำรอง นี่คือกับดักที่คนรายได้ไม่แน่นอนเจอเกือบทุกคน
ค่าใช้จ่ายที่มองไม่เห็น — ค่าแต่งตัว ค่าเครื่องสำอาง ค่าทำผม ค่าเดินทางกลับบ้านดึก ๆ (แกร็บตอนตี 2-3 ราคาแพงกว่าปกติเท่าตัว) ค่ากินหลังเลิกงาน ค่าน้ำขวดที่ซื้อทุกวัน ถ้านั่งรวมจริง ๆ อาจจะตกใจว่าเดือนหนึ่ง "เงินจิปาถะ" หมดไปเท่าไหร่
ภาระครอบครัว — เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่สุดสำหรับหลาย ๆ คน ต้องส่งเงินให้พ่อแม่ ส่งให้น้องเรียน หรือช่วยจ่ายค่ายาค่าหมอให้คนที่บ้าน เงินส่วนนี้ตัดออกไปก่อนเลยทุกเดือน เหลือให้ตัวเองน้อยกว่าที่คิด บางคนส่งให้ที่บ้านเดือนละ 5,000-10,000 บาท แต่ตัวเองแทบไม่มีเงินเก็บเลย
ใช้เงินตามอารมณ์ — วันที่เหนื่อย วันที่เครียด ก็อยากให้รางวัลตัวเอง ช้อปออนไลน์ กินหรู เที่ยวกับเพื่อน ไม่ผิดที่จะทำแบบนั้น แต่ถ้าทำบ่อยเกินไปโดยไม่มีแผน เงินก็หายไปโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะยุคนี้ที่ Shopee กับ TikTok Shop กดซื้อง่ายมาก
"ได้เยอะ = มีเยอะ" — ความเข้าใจผิดที่อันตราย — สาว ๆ หลายคนที่รายได้สูง 40,000-50,000+ ต่อเดือน กลับมีเงินเก็บน้อยกว่าคนที่ได้เดือนละ 15,000 เพราะพอรายได้สูง ค่าใช้จ่ายก็สูงตาม ห้องแพงขึ้น แต่งตัวแพงขึ้น กินแพงขึ้น สุดท้ายก็เหมือนเดิม สิ้นเดือนเหลือศูนย์
เริ่มต้นจากตรงนี้ — รู้ว่าเงินไปไหน
ขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดคือ จดทุกบาทที่จ่ายออกไป อย่างน้อย 1 เดือน ไม่ต้องใช้แอปอะไรซับซ้อน แค่โน้ตในมือถือก็พอ แต่ต้องจดทุกวัน ทุกรายการ ไม่ว่าจะเป็นค่ากาแฟ 45 บาท หรือค่าแกร็บกลับบ้าน 120 บาท
มาดูกันว่าค่าใช้จ่ายรายเดือนของสาว ๆ ที่ทำงานกลางคืนมีอะไรบ้าง
💰 ค่าใช้จ่ายทั่วไป (ต่อเดือน)
🏠 ค่าห้อง — 3,000-7,000 บาท
💡 ค่าน้ำ ค่าไฟ — 500-1,200 บาท
🛵 ค่าเดินทาง (รวมแกร็บดึก) — 1,500-5,000 บาท
🍜 ค่ากิน — 4,000-8,000 บาท
💄 ค่าเครื่องสำอาง/แต่งตัว — 1,000-5,000 บาท
👩👦 ส่งให้ครอบครัว — 3,000-10,000 บาท
📱 ค่าโทรศัพท์/อินเทอร์เน็ต — 300-700 บาท
🛍️ ช้อปปิ้ง/เที่ยว/อื่น ๆ — 1,000-5,000 บาท
พอจดครบเดือน จะเห็นเลยว่าเงินไหลไปทางไหนมากที่สุด หลายคนจะเซอร์ไพรส์ว่าค่ากินหลังเลิกงานอย่างเดียว + ค่าแกร็บดึก ๆ หมดไปเดือนละ 5,000-8,000 บาทเลย
💡 ทิป: ถ้าขี้เกียจจดเอง ลองใช้แอป Money Lover หรือ Wallet by BudgetBakers ฟรี ใช้ง่าย กดบันทึกได้ทันทีหลังจ่ายเงิน แถมมีกราฟให้ดูว่าเดือนนี้เงินหมดไปกับอะไรมากที่สุด
3 เคสจริง — รายได้ต่างกัน เก็บเงินต่างกัน
ทุกคนรายได้ไม่เท่ากัน ค่าใช้จ่ายก็ไม่เท่ากัน ดังนั้นวิธีเก็บเงินก็ต้องต่างกัน มาดู 3 เคสจริง ๆ กัน
เคส 1 — น้องมิ้นท์ (นักศึกษา/พาร์ทไทม์)
รายได้: 10,000-15,000 บาท/เดือน
ทำงานพาร์ทไทม์ เสิร์ฟ 4-5 วัน/สัปดาห์
ค่าห้อง 3,000 + ค่ากิน 3,500 + เดินทาง 1,500 + โทรศัพท์ 300 + ส่งแม่ 2,000 + ของใช้ 700 = 11,000 บาท
📌 ถ้าได้ 12,000 → เหลือ 1,000 บาท → เก็บ 500-1,000 บาท/เดือน
สิ่งสำคัญ: เคสนี้ "จำนวนเงินเก็บ" ไม่สำคัญเท่า "นิสัยการเก็บ" เดือนละ 500 บาทก็เก็บ เพราะนิสัยนี้จะติดตัวไปเมื่อรายได้เพิ่มขึ้น ถ้าเดือนไหนได้ทิปเยอะก็เก็บเพิ่ม
เคส 2 — พี่แอน (หมอนวด/สปา)
รายได้: 18,000-30,000 บาท/เดือน
เงินเดือนฐาน + ทิป ขึ้นลงตามจำนวนลูกค้า
ค่าห้อง 4,500 + ค่ากิน 5,000 + เดินทาง 2,000 + ส่งที่บ้าน 5,000 + แต่งตัว 2,000 + โทรศัพท์ 500 + อื่นๆ 2,000 = 21,000 บาท
📌 ถ้าได้ 25,000 → เหลือ 4,000 → เก็บ 3,000-5,000 บาท/เดือน
สิ่งสำคัญ: เดือนที่ลูกค้าเยอะ ทิปดี อาจได้ถึง 30,000+ ให้หักเก็บทันทีก่อน อย่ารอสิ้นเดือน เดือนที่ลูกค้าน้อยก็ให้เก็บน้อยลงได้ แต่ต้องเก็บ
เคส 3 — พี่จูน (PR / งานรายได้สูง)
รายได้: 40,000-130,000+ บาท/เดือน
คอมมิชชัน + ทิป ผันผวนมาก เดือนดีกับเดือนแย่ต่างกันเท่าตัว
ค่าห้อง 7,000 + ค่ากิน 8,000 + แกร็บ/เดินทาง 5,000 + แต่งตัว/ความสวย 5,000 + ส่งที่บ้าน 10,000 + เที่ยว/สังสรรค์ 8,000 + อื่นๆ 5,000 = 48,000 บาท
📌 ถ้าได้ 60,000 → เหลือ 12,000 → ควรเก็บ 10,000-15,000 บาท/เดือน
สิ่งสำคัญ: นี่คือเคสที่ "อันตราย" ที่สุด เพราะรายได้สูง ทำให้รู้สึกว่ามีเงินเยอะ ค่าใช้จ่ายก็พุ่งตาม ห้องแพง กินแพง ช้อปแพง สุดท้ายเก็บได้น้อยกว่าที่ควร — ถ้ารายได้ถึง 80,000-130,000 แต่ค่าใช้จ่ายเท่าเดิม จะเก็บเงินได้เร็วมาก อย่าปล่อยให้ค่าใช้จ่ายโตตามรายได้
สูตรแบ่งเงินที่ใช้ได้จริง — สำหรับคนรายได้ไม่แน่นอน
สูตรยอดฮิตอย่าง 50-30-20 อาจจะใช้ได้ดีสำหรับมนุษย์เงินเดือนทั่วไปที่ได้เงินตรง ๆ ทุกเดือน แต่สำหรับคนที่รายได้ไม่แน่นอน ต้องปรับให้เข้ากับชีวิตจริงค่ะ
สูตร "ได้มาเมื่อไหร่ แบ่งทันที"
ทุกครั้งที่ได้เงินมา ไม่ว่าจะเป็นทิป เงินเดือน โบนัส หรือรายได้อะไรก็ตาม ให้ทำ 3 ขั้นตอนนี้ ทันที ก่อนเอาเงินไปทำอะไรอื่น
ขั้นที่ 1 — หักเก็บก่อน 15-20%
ได้มา 1,000 → หัก 150-200 เข้าบัญชีออม
ได้มา 5,000 → หัก 750-1,000 เข้าบัญชีออม
ได้มา 20,000 → หัก 3,000-4,000 เข้าบัญชีออม
ทำทันทีเลยนะคะ ห้ามรอสิ้นเดือน เพราะถ้ารอ มันจะไม่เหลือแน่นอน
ขั้นที่ 2 — แบ่งค่าใช้จ่ายประจำ 50%
ค่าห้อง ค่าน้ำไฟ ค่าเดินทาง ส่งเงินที่บ้าน ค่าโทรศัพท์ — พวกนี้เป็นรายจ่ายที่ต้องจ่ายอยู่แล้ว แบ่งไว้ให้ครบตั้งแต่ต้นเดือน จะได้ไม่ต้องกังวล
ขั้นที่ 3 — ที่เหลือ 30-35% คือเงินใช้จ่ายส่วนตัว
ค่ากิน ค่าแต่งตัว ค่าเที่ยว ค่าของใช้ — ใช้ได้ตามสบาย แต่ต้องอยู่ในกรอบนี้ ถ้าหมดก่อนสิ้นเดือนก็ต้องอดทน ไม่ไปยืมจากบัญชีเก็บ
เคล็ดลับที่ได้ผลมากที่สุด — แยกบัญชี
วิธีที่ได้ผลจริง ๆ สำหรับคนที่เก็บเงินไม่อยู่คือ แยกบัญชีธนาคาร อย่างน้อย 3 บัญชี
🔒 บัญชี 1 — เงินเก็บ
เปิดบัญชีที่ ไม่มีบัตร ATM ไม่ผูกกับแอปจ่ายเงิน เพื่อให้ถอนยาก จะได้ไม่เผลอใช้ แนะนำ K+ Savings Account หรือ SCB Easy บัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง โอนเงินเข้าทุกครั้งที่ได้รับรายได้
🏠 บัญชี 2 — ค่าใช้จ่ายประจำ
โอนค่าห้อง ค่าน้ำไฟ ส่งที่บ้าน เข้าบัญชีนี้ต้นเดือนทันที ตั้งโอนอัตโนมัติได้ยิ่งดี จะได้ไม่ลืมและไม่เผลอใช้เงินส่วนนี้
🛍️ บัญชี 3 — เงินใช้จ่ายประจำวัน
เงินที่เหลือจากหักเก็บ + หักประจำ ก็ใส่บัญชีนี้ ผูก PromptPay หรือแอปจ่ายเงินกับบัญชีนี้อย่างเดียว พอเงินในนี้หมด = หมดจริง ๆ ไม่ไปแตะบัญชีอื่น
💡 ทิป: หลายธนาคารตอนนี้มีฟีเจอร์ "กระปุก" หรือ "พ็อกเก็ต" ในแอป เช่น K+ Pocket ของกสิกร หรือ MAKE by KBank Cloud Pocket ที่แบ่งเงินเป็นช่อง ๆ ได้โดยไม่ต้องเปิดหลายบัญชี สะดวกมาก
7 เทคนิคเก็บเงินที่สาวกลางคืนต้องรู้
1. กฎ "ได้ปุ๊บ เก็บปั๊บ"
อย่ารอเก็บตอนสิ้นเดือน เพราะมันจะไม่เหลือ ทุกครั้งที่ได้ทิป ได้ค่าคอม ให้โอนเข้าบัญชีเก็บทันที แม้จะแค่ 100 บาทก็ตาม เดือนหนึ่ง ถ้าทำแบบนี้ทุกวัน 100 บาท x 25 วันทำงาน = 2,500 บาท ปีหนึ่ง = 30,000 บาท แค่วันละร้อยเดียว
2. ค่ากินหลังเลิกงาน — ตัวฉุดเงินเก็บอันดับ 1
ข้อนี้สำคัญมากค่ะ เลิกงานดึก ๆ หิว ก็ไปกินอาหารที่ราคาแพงกว่าปกติ ร้านเปิดดึกส่วนใหญ่ราคาสูง กินครั้งละ 100-300 บาท เดือนหนึ่ง 25 วันก็หมดไป 2,500-7,500 บาท
วิธีแก้: ซื้อข้าวกล่องราคาถูกเก็บไว้ในห้อง เตรียมขนมปัง นม ไข่ต้มไว้ กินก่อนไปทำงานให้อิ่ม ลดค่ากินหลังเลิกงานลงครึ่งเดียว = ประหยัดเดือนละ 1,500-4,000 บาท
3. ค่าเดินทางดึก — แกร็บตอนตี 2 แพงมาก
ค่าแกร็บช่วงดึก ๆ แพงกว่าปกติ 1.5-2 เท่า ถ้าเดินทางดึกทุกวัน เดือนหนึ่งอาจหมด 3,000-5,000 บาทเฉพาะค่าเดินทางกลับบ้าน วิธีแก้: หาเพื่อนร่วมงานที่อยู่ใกล้กันเพื่อแชร์ค่าแกร็บ ถ้าเป็นไปได้ลองหาห้องที่ใกล้ที่ทำงาน หรือใช้วิน/มอเตอร์ไซค์แทน ซึ่งถูกกว่า
4. ตั้ง "วันห้ามใช้เงิน" — สัปดาห์ละ 1-2 วัน
เลือก 1-2 วันต่อสัปดาห์ที่จะไม่ใช้เงินเลย (ยกเว้นค่าเดินทาง) วันหยุดที่อยู่บ้าน ทำอาหารกินเอง ดูซีรีส์ นอนพักผ่อน ฟังดูเบื่อแต่ประหยัดได้วันละ 300-500 บาท เดือนหนึ่ง 4-8 วัน = 1,200-4,000 บาท
5. ค่าแต่งตัว — ลงทุนให้เป็น อย่าซื้อตามกระแส
ไม่ได้บอกว่าอย่าแต่งตัวนะคะ หน้าตาและการแต่งตัวเป็นส่วนหนึ่งของงาน แต่ให้ซื้อของที่คุ้มค่า ใส่ได้หลายแบบ Mix & Match ได้ ไม่ต้องซื้อของแบรนด์แพง ๆ ทุกชิ้น ลองหาใน Shopee หรือตลาดที่ราคาดีแต่ดูดี เสื้อผ้า 3 ตัว 300 บาท กับ 1 ตัว 1,200 บาท ถ้าใส่ได้เหมือนกัน ก็เลือกที่ประหยัดกว่า
6. ส่งเงินให้ครอบครัว — เท่าไหร่ถึงจะพอดี?
เรื่องนี้ละเอียดอ่อน แต่สำคัญมาก หลายคนส่งเงินให้ที่บ้านจนตัวเองไม่เหลือเก็บเลย ต้องหาจุดสมดุลค่ะ
แนวทางแบ่งเงินส่งบ้าน
รายได้ 10,000-15,000 → ส่งได้ 2,000-3,000 (15-20%)
รายได้ 20,000-30,000 → ส่งได้ 4,000-6,000 (20-25%)
รายได้ 40,000-80,000 → ส่งได้ 8,000-15,000 (20%)
รายได้ 80,000+ → ส่งได้ 15,000-25,000 (ไม่ควรเกิน 25%)
กฎง่าย ๆ คือ ไม่ควรส่งเกิน 25% ของรายได้ ถ้ามากกว่านี้ ตัวเองจะไม่มีเงินเก็บเลย ถ้าที่บ้านขอมากกว่านี้ ลองคุยตรง ๆ ว่าตัวเองก็มีค่าใช้จ่าย และถ้าเราเก็บเงินไม่ได้เลย อนาคตก็จะเป็นภาระของที่บ้านอีก การเก็บเงินไว้เผื่ออนาคตก็เป็นการดูแลครอบครัวเหมือนกันค่ะ
7. "กระปุกเงินฉุกเฉิน" — ต้องมีก่อนอย่างอื่น
ก่อนจะคิดเรื่องเก็บเงินก้อนใหญ่ ต้องมี เงินสำรองฉุกเฉิน 10,000-30,000 บาท ก่อน สำหรับเวลาป่วย หยุดงาน หรือมีเหตุฉุกเฉิน ถ้าไม่มีเงินตรงนี้ พอเกิดเรื่องก็ต้องไปกู้ยืม แล้วก็ติดกับดักหนี้ ทำงานหนักขึ้นเพื่อใช้หนี้ วนเวียนอยู่แบบนั้น
เก็บเงินได้แล้ว ต่อยอดยังไง?
พอเริ่มมีเงินเก็บบ้างแล้ว อย่าหยุดแค่นั้น ลองคิดต่อว่าจะเอาเงินก้อนนี้ไปทำอะไรให้ชีวิตดีขึ้น
หารายได้เสริม
ลองขายของออนไลน์ในวันหยุด เสื้อผ้า เครื่องสำอาง สกินแคร์ ของแฮนด์เมด ผ่าน Shopee, TikTok Shop หรือ LINE ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ แค่ขายได้วันละ 100-200 บาท เดือนหนึ่งก็ 3,000-6,000 บาทแล้ว
เรียนรู้ทักษะใหม่ — เปลี่ยนชีวิตได้
ทุกวันนี้มีคอร์สเรียนราคาถูกหรือฟรีเยอะมาก ทักษะเหล่านี้สามารถต่อยอดเป็นอาชีพหรือธุรกิจได้จริง
💡 ทักษะที่น่าเรียน
💅 ทำเล็บ / เพ้นท์เล็บ — เรียนไม่นาน เปิดรับลูกค้าได้เลย ลงทุนน้อย กำไรดี
💇 ทำผม / ต่อผม — มีดีมานด์สูง ทำเป็นฟรีแลนซ์ได้
💄 แต่งหน้ารับงาน — รับแต่งหน้างานแต่ง งานรับปริญญา รายได้ดีมาก
📱 ขายของออนไลน์ / ไลฟ์สด — เรียนทำคอนเทนต์ ทำ TikTok Shop
💆 นวดแผนไทย / สปา — ได้ใบประกาศ เปิดร้านเองได้ในอนาคต
👉 อ่านเพิ่มเติม: ดูรายชื่อร้านนวดสปาที่เปิดรับสมัครอยู่ตอนนี้ หรืออ่านเรื่องราวของสาวที่เปิดร้านทำเล็บสำเร็จ
ตั้งเป้าหมายชัด ๆ
"จะเก็บเงินแสนแรกให้ได้" หรือ "จะเก็บเงินเปิดร้านเล็ก ๆ" หรือ "จะเก็บเงินเรียนต่อ" — การมีเป้าหมายที่ชัดเจนจะทำให้มีแรงจูงใจในการเก็บเงินมากขึ้น ลองเขียนไว้ในโน้ตมือถือ หรือแปะไว้ในห้อง ให้เห็นทุกวัน
เป้าหมาย เงินเก็บแสนแรก — ทำได้จริง
ถ้าเก็บได้เท่านี้ทุกเดือน…
เก็บเดือนละ 1,000 → ครบ 100,000 ใน 8 ปี 4 เดือน (ไม่รวมดอกเบี้ย)
เก็บเดือนละ 3,000 → ครบ 100,000 ใน 2 ปี 10 เดือน
เก็บเดือนละ 5,000 → ครบ 100,000 ใน 1 ปี 8 เดือน
เก็บเดือนละ 8,000 → ครบ 100,000 ใน 1 ปี 1 เดือน
เก็บเดือนละ 15,000 → ครบ 100,000 ใน 7 เดือน
อาจจะดูนานสำหรับบางคน แต่ลองคิดดูว่า ถ้าเราไม่เริ่มวันนี้ อีก 2-3 ปีข้างหน้าก็ยังคงมีเงินเก็บเป็นศูนย์เหมือนเดิม แต่ถ้าเริ่มตั้งแต่วันนี้ ไม่ว่าจะเดือนละ 1,000 หรือ 15,000 มันก็จะค่อย ๆ โตขึ้น เป็นเงินก้อนที่เป็นของตัวเองจริง ๆ
อนาคตอยู่ในมือเรา
การเก็บเงินไม่ใช่เรื่องของคนรวย ไม่ใช่เรื่องของคนที่ได้เงินเยอะ แต่เป็นเรื่องของ "นิสัย" ไม่ว่าจะทำงานอะไร รายได้เท่าไหร่ ถ้าเรารู้จักแบ่ง รู้จักเก็บ มีเป้าหมายชัด ทุกคนสามารถมีเงินเก็บได้ค่ะ
และจำไว้ว่า งานที่เราทำอยู่ตอนนี้ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็น จุดเริ่มต้น เก็บเงินไว้ เรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ แล้ววันหนึ่งเราจะมีตัวเลือกมากขึ้นในชีวิต ไม่ว่าจะเปิดร้านเล็ก ๆ ของตัวเอง เปลี่ยนสายงาน หรือลงทุนทำธุรกิจ ทุกอย่างเริ่มต้นจากเงินก้อนแรกนี้แหละค่ะ
🌟 Thai Queens เชื่อว่าทุกคนเติบโตได้
ถ้ากำลังมองหางานที่รายได้ดีและสภาพแวดล้อมปลอดภัย ลองเข้ามาดูตำแหน่งงานที่เปิดรับอยู่ตอนนี้
📖 อ่านเรื่องราวของสาว ๆ ที่เปลี่ยนชีวิตตัวเองได้สำเร็จ → เรื่องราวความสำเร็จ
บทความถัดไปที่เรากำลังเตรียมให้:
🏪 คู่มือเปิดแฟรนไชส์ — Café Amazon, 7-Eleven, ร้านทำเล็บ ลงทุนเท่าไหร่? ขั้นตอนยังไง?
⚠️ 5 สัญญาณอันตราย ที่ต้องระวังก่อนสมัครงานกลางคืน
ความคิดเห็น (0)
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
เข้าสู่ระบบยังไม่มีความคิดเห็น — เขียนเป็นคนแรก!